เรือหัวโทงกำลังมุ่งหน้าจากชายหาดปากบาราสู่ท้องทะเล ด้วยหัวเรือแอ่นเชิดสูงช่วยฝ่าคลื่นลมแรงของทะเลอันดามันได้เป็นอย่างดี  ภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อนที่ถ่ายทอดมาสู่ชาวประมงพื้นบ้านรุ่นปัจจุบัน  วันนี้เรือหัวโทงได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่นำทรัพยากรจากทะเลกลับเข้าฝั่ง  สร้างเม็ดเงินให้จังหวัดสตูลได้กว่าปีละ 600 ล้านบาท

แต่เพียงแค่ตัวเลขไม่อาจกล่าวได้ว่านี่คือยุครุ่งเรืองของประมงพื้นบ้าน  เมื่อชาวประมงมืออาชีพต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า  พวกเขากับเรือหัวโทงคู่ใจไม่สามารถทำหน้าที่เหมือนเฉกเช่นอดีต  ด้วยอุปสรรคของเรือเล็กที่มีมากมายในปัจจุบัน

“เพราะว่าอุปกรณ์มันทันสมัยมาก ๆ  มีทั้งไฟปั่นอวนลากซึ่งมันชัดเจนเลย  ปลามันจะสูญมาก  พันธุ์ปลาเล็ก  ๆจะสูญหมดเลย” บาเหร็น  นิลสกุล ชาวประมงพื้นบ้านบ้านปากบารา อ.ละงู จ.สตูล  กล่าว

“ ว่าในทะเลปลาน้อยหรือปริมาณสัตว์น้ำลดลง ผมว่าไม่ใช่  ความเป็นจริงมันไม่เคยเหือดแห้งไม่เคยเหือดหายไปจากทะเล  แต่สิ่งหนึ่งที่มันยากและเป็นกระบวนการที่ทำให้มันขาดช่วงคือปลาเต็มวัยมันโตไม่ทันมันถูกตัดตอนจากเครื่องไม้เครื่องมือของประมงพาณิชย์”  ไกรวุฒิ  ชูสกุล  แกนนำคัดค้านท่าเทียบเรือ  กล่าว

แนวคิดการประกาศเขตเจตนารมณ์คุ้มครองทรัพยากรอ่าวปากบาราจึงเกิดขึ้น  เพื่อกันเขตน้ำตื่นให้สามารถจับสัตว์น้ำได้เฉพาะเรือประมงพื้นบ้านเท่านั้น  รวมถึงใช้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ในการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำวันอ่อนให้มีโอกาสเจริญเติบโต  ซึ่งแนวคิดดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อขจัดอุปสรรคของประมงพื้นบ้านเท่านั้น  แต่ยังมีขึ้นเพื่อให้เห็นว่าทะเลปากบารายังมีศักยภาพในการทำประมง  และมีโอกาสเติบโตสูงเมื่อเทียบกับการพัฒนาที่กำลังเข้ามาในพื้นที่  อย่างโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึก

“เป็นคล้ายๆว่าเหมือนกับสิทธิชุมชน  ร่วมก่อตั้ง  ร่วมประกาศเจตนารมณ์  พื้นที่ทั้งหมดในทะเลทั้งหมดตรงนี้ชั้นใน  พื้นที่เขตน้ำตื้นในการขยายพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมดให้เป็นพื้นที่เขตคุ้มครองทรัพยากร  ให้มั่นคั่งมั่นคง  โดยใช้การมีส่วนร่วมของประมงชายฝั่งทั้งหมดเข้ามาดูแลทะเล”  ไกรวุฒิ  ชูสกุล  แกนนำคัดค้านท่าเทียบเรือ  กล่าว

ในรายงานการประเมินผลกระทบโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบาราและถมทะเลระยะที่ 1 ที่จะก่อสร้างบริเวณคลองปากบารา อ.ละงู จ.สตูล  ระบุดัชนีชี้วัดความหลากหลายระบบนิเวศทางน้ำของอ่าวปากบาราอยู่ในระดับต่ำ  แนวคิดการประกาศเขตเจตนารมณ์คุ้มครองทรัพยากรอ่าวปากบาราจึงเป็นความมุ่งมั่นของคนในท้องถิ่นที่ต้องการร่วมกันปกป้องท้องทะเลแห่งนี้

ไม่ใช่เพียงอ่าวปากบาราเท่านั้น  แต่ยังเป็นแนวคิดที่เตรียมผลักดันร่วมกันของเครือข่ายประมงพื้นบ้านทุกจังหวัดอันดามัน    เพราะทุกพื้นที่ล้วนประสบชะตากรรมเดียวกันทั้งปัญหาการทำประมงที่มีมาแต่อดีต  และโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

วรัญญา  จันทราทิพย์  ถ่ายภาพ

ขวัญชนก  เดชเสน่ห์  สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม GreennewsTV  รายงาน

Rate this post
Bài viết tương tự